บ้านประหยัดพลังงานเกรด A คือคำตอบของผู้ซื้อยุคค่าไฟแพง
Wiki Article
สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านให้ความสําคัญกําลังเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ปัจจัยที่เคยเป็นอันดับหนึ่งอย่างทําเลและขนาดพื้นที่กําลังถูกแซงหน้า แต่เป็นตัวเลขบนเอกสารรับรองประสิทธิภาพพลังงานของบ้านที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนเกม
ระบบจัดอันดับพลังงานบ้าน EPC คืออะไรกันแน่
EPC คือระบบมาตรฐานที่ใช้วัดระดับการใช้พลังงานของที่อยู่อาศัย การจัดลําดับเริ่มจาก A ที่หมายถึงประสิทธิภาพสูงสุด ไล่ลงมาจนถึง G
บ้านที่ได้ระดับ A หรือ B ถูกออกแบบให้การรั่วไหลของพลังงานน้อยที่สุด นั่นหมายความว่าทุกเดือนเจ้าของบ้านจะเห็นตัวเลขในบิลค่าไฟที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในทางกลับกัน บ้านระดับ E ถึง G เปรียบเสมือนภาชนะรั่วที่พลังงานไหลออกไปโดยไม่จําเป็น ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายระหว่างบ้านเกรด A กับเกรด G อาจสูงถึงหลายหมื่นบาทต่อปี
ทําไมเรื่องพลังงานถึงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
สถานการณ์ระหว่างประเทศที่ไม่แน่นอนกําลังผลักดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ํามันและก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นอีกระลอก และค่าใช้จ่ายเหล่านั้นถูกส่งต่อมายังผู้บริโภคโดยตรง
ครัวเรือนที่อยู่ในบ้านเกรดต่ำรับรู้ถึงความเจ็บปวดทางการเงินมากที่สุด เพราะพลังงานรั่วไหลออกจากตัวบ้านตลอดเวลา แต่ผู้ที่อยู่ในบ้านระดับ A หรือ B กลับได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: บ้านเกรด A ไม่ใช่แค่ประหยัดไฟ แต่คือการลงทุน
ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่าผู้ซื้อให้น้ําหนักกับ EPC มากขึ้นทุกปี ปัจจัยขับเคลื่อนคือผู้คนเริ่มมองว่าประสิทธิภาพพลังงานเป็นข้อพิจารณาทางการเงินที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่คุณสมบัติเสริม
ย้อนกลับไปในปี 2022 วิกฤตพลังงานครั้งก่อนก็เคยทําให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องนี้ สิ่งที่ต่างจากครั้งก่อนคือผู้ซื้อไม่ได้แค่ตระหนักรู้ แต่ลงมือเปลี่ยนเกณฑ์การค้นหาบ้านจริงๆ
เมื่อตัวเลขพลังงานกลายเป็นเครื่องมือตัดสินใจซื้อบ้าน
ก่อนหน้านี้ หากถามผู้ซื้อบ้านทั่วไปว่าดูระดับประสิทธิภาพพลังงานก่อนซื้อไหม คําตอบส่วนใหญ่คงเป็นว่าดูแต่ไม่ได้ให้ความสําคัญมาก รายละเอียดเพิ่มเติม แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มีรายงานว่าผู้ซื้อบางรายยอมลดขนาดบ้านหรือเปลี่ยนทําเลเพื่อแลกกับระดับพลังงานที่สูงกว่า
สมมติว่ามีบ้านสองหลังอยู่ติดกัน ราคาต่างกันไม่มาก แต่หลังหนึ่งเป็นเกรด A อีกหลังเป็นเกรด C ในสภาวะที่ราคาพลังงานผันผวน บ้านเกรด A อาจช่วยประหยัดได้หลายพันต่อปี
ทําไมนักลงทุนถึงเจ็บปวดมากกว่าผู้ซื้อบ้านอยู่อาศัย
สําหรับนักลงทุน ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพพลังงานซับซ้อนกว่าที่คิดมาก พวกเขาต้องรับมือกับแรงกดดันจากสองทิศทางพร้อมกัน
ด้านแรก: ต้นทุนสาธารณูปโภคที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าที่มีระดับพลังงานต่ำทําให้ผู้เช่าต้องแบกรับค่าสาธารณูปโภคสูง ผู้เช่าสมัยใหม่เปรียบเทียบ "ต้นทุนรวม" ไม่ใช่แค่ค่าเช่า ทําให้บ้านเกรดสูงได้เปรียบ
ปัญหาที่สอง: กฎหมายกําลังบีบให้ต้องปรับปรุงหรือขาย
ปัจจุบันทรัพย์สินให้เช่าต้องมีระดับ EPC อย่างน้อย E แต่ข้อกําหนดนี้กําลังจะยกระดับขึ้นเป็น C ภายในปี 2030 ผู้ที่ถือบ้านเกรดต่ำต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนปรับปรุงหรือขายทิ้งก่อนที่กฎจะบังคับใช้ การตัดสินใจช้าเกินไปอาจหมายถึงการสูญเสียมูลค่าทรัพย์สินอย่างถาวร
เมื่อบ้านเกรดต่ำถูกมองเป็น "ความเสี่ยง" ไม่ใช่แค่ "ข้อด้อย"
มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่สําคัญเกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ก่อน ผู้ซื้อมองว่าบ้านเกรดต่ำก็แค่ต้องปรับปรุง ไม่ต่างจากข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ
แต่ตอนนี้มันถูกมองว่าเป็นภาระทางการเงินที่มีตัวเลขชัดเจน ความต่างของราคาขายระหว่างบ้านเกรด A กับเกรด D-G กําลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานที่คุ้มค่าในระยะยาว
ตลาดเทคโนโลยีประหยัดพลังงานสําหรับบ้านกําลังเติบโตตามความต้องการของผู้ซื้อที่ชาญฉลาดขึ้น
- แผงโซลาร์เซลล์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะให้ผลตอบแทนที่มองเห็นได้ทุกเดือนผ่านบิลค่าไฟที่ลดลง
- ปั๊มความร้อนทํางานโดยดึงพลังงานจากอากาศหรือพื้นดิน ทําให้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าระบบทําความร้อนแบบดั้งเดิมอย่างมาก
- อุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพพื้นฐานเหล่านี้สามารถยกระดับบ้านจากเกรด D ขึ้นไปถึงเกรด B หรือ A ได้
ผู้ซื้อยินดีจ่ายเพิ่มสําหรับบ้านที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้ เพราะรู้ว่าจะได้คืนผ่านค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต่ำลง เหตุผลสําคัญคือเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ความสามารถในการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายรายเดือนได้แม่นยําขึ้น
ทิศทางที่ชัดเจน: ตลาดกําลังเดินหน้าสู่ยุคของบ้านฉลาดพลังงาน
สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการอสังหาฯ ผู้ที่ลงทุนในบ้านประหยัดพลังงานวันนี้กําลังสร้างเกราะป้องกันทางการเงินสําหรับอนาคต
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยหรือนักลงทุน การให้ความสําคัญกับระดับ EPC ไม่ใช่แค่การตัดสินใจที่ฉลาด แต่คือการปกป้องตัวเองจากความไม่แน่นอนในอนาคต
Report this wiki page